อุณหภูมิจำเป็นต้องถูกต้องแม่นยำ

น้ำบริสุทธิ์ที่สะอาดเป็นน้ำที่สมควรสำหรับในการชงกาแฟที่สุด ความร้อนของน้ำควรอยู่ในตอน 90.5 ถึง 96 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสมควรสำหรับในการสกัดน้ำมันหอมระเหยแล้วก็น้ำตาลคาราเมลจากเม็ดกาแฟ การควบคุมอุณหภูมิให้เที่ยงตรงบางทีอาจเกิดเรื่องยาก โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการใช้เครื่องชงกาแฟที่ไร้คุณภาพ แม้การลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟที่มีคุณภาพดี อาจมีราคาของเครื่องที่แพงเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งรสของกาแฟที่ดีมากกว่า ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มแล้ว

5.บดเม็ดกาแฟอย่างเหมาะควร

กระบวนการแล้วก็ระดับของความละเอียดสำหรับเพื่อการบดเม็ดกาแฟ ควรที่จะทำการเลือกตามประเภทของกาแฟที่อยากได้ดื่ม ผงกาแฟที่หยาบคายจะเหมาะสมกับการชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส แต่ว่าในกรณีของเครื่องชงกาแฟแบบริป คุณอาจจำเป็นต้องบดเม็ดกาแฟให้รอบคอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนำนิ้วไปขยี้กับผงกาแฟที่บดแล้ว คุณควรจะรู้สึกเสมือนกำลังใช้มือขยี้แผ่นขนมปังกรอบ แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นการชงกาแฟเอสเปรซโซ่ ผงกาแฟต้องมีความละเอียดอยู่ระหว่างน้ำตาลกับผงน้ำตาลไอซิ่ง ยิ่งไปกว่านี้ควรจะเลือกใช้เครื่องบดแบบ burr grinder เหตุเพราะจะกำเนิดแรงเสียดทานน้อยกว่าเครื่องบดธรรมดา ก็เลยช่วยลดปัญหาผงกาแฟไหม้เกรียมในขณะบดได้

6.ชำระล้างวัสดุอุปกรณ์อยู่เป็นประจำ

ภาชนะทุกชิ้นรวมทั้งเครื่องบดเม็ดกาแฟควรจะชำระล้างทุก 2-3 อาทิตย์ วิธีการทำความสะอาดจะช่วยล้างสิ่งสกปรกที่สะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราบเปื้อนไขมันที่ติดอยู่ สำหรับเครื่องชงกาแฟ บางทีอาจชำระล้างอย่างต่ำเดือนละครั้ง โดยใช้ส่วนประกอบของน้ำกับน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการนำมาทำความสะอาดจำพวกพิเศษ เพื่อช่วยล้างตะกอนของธาตุต่างๆที่หลงเหลืออยู่ในเครื่อง

พวกเราหวังว่าข้อเสนอดังที่กล่าวถึงแล้วในข้างต้น จะสามารถช่วยให้คุณได้ดื่มกาแฟที่ไม่เพียงแค่จะมีกลิ่นที่หอมชักชวนดื่ม แต่ว่ายังมีรสชาติที่เข้มข้น รวมทั้งช่วยให้คุณชื่นบานได้ทั้งวัน